Categories

[Ewaw Fiction] That night and my vow R-18

posted on 01 May 2013 01:33 by akihikozetsu in EWAW
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
*เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟิคเรื่องนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคลจริงหรือสถานที่จริงแต่ประการใด กรุณาใช้วิจารณจักรยานในการอ่านนะคะ*
 
 
 
 คู่ Lance x York นะฮ้า.....  เขียนจากเหตุการณ์ที่ยอร์กลักพาตัวคนของแลงคาสเตอร์ไป และเกร็ดหลายๆอย่างเกี่ยวกับในสงครามกุหลาบทั้งหลายทั้งแหล่ฮร่ะ...  
 
เป็นเรทผสมปวศ.แบบที่คิดในใจว่า "กรูไม่น่าเขียนเบย ฮืออออ" สุดๆไปเลย... อาาาห์....  
 
แต่เอาเถอะ เขียนแล้วก็ต้องเขียนต่อให้จบนี่นา?  
 
ไม่ได้เขียนฉากเรทมานาน ภาษามันช่างแย่ยิ่งนัก ขออภัยถ้าฉากเรทมันห่วยๆนะคะ T-T  
 
ไปชมกันเถิดดดด อาาาาห์  ปวดนิ้วเหลือเกิลล์ 
 
*นังดิทนิส ลืม* 
 
ฟิคนี้ถือเป็นของขวัญวันเกิดให้ไทโย ( @sakurato  ) ล่ะ ถึงจะช้าไปสอง... ไม่สิ สามวัน ขอโทษด้วยจริงๆนะจ้ะ ;v; หวังว่าจะชอบน้าาาา   สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ้ะ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่มีความสุขมากๆน้า~!! 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------
 
 
เพี๊ยะ!!
 
"อึก!!"
 
ร่างผอมบางโชกไปด้วยเลือดถูกมัดตรึงในท่ายืนด้วยเชือกเส้นหน ถูกแส้หนังฟาดเข้าหาตัวอย่างรุนแรงและไร้ความปราณีใดๆ   เกิดเป็นสัมผัสที่ระบมเสียจนจุกเกินกว่าจะลุกไหว ริมฝีปากเล็กกัดฟันเข้าหากันด้วยความเจ็บขณะที่สายตาจ้องมองไป
 

ยังผู้มีชัยเหนือกว่าอย่างไม่ยอมแพ้  แม้ว่าตนจะอยู่ในสภาพที่เป็นรองอยู่ก็ตาม
 
"บอกฉันมานะยอร์ก เอ็ดเวิร์ดอยู่ที่ไหน!?"  
 
ร่างสูงตวาดลั่นอย่างโมโหโทโส  พลางสายตาก็จ้องมองร่างที่จะทรุดมิทรุดแหล่ด้วยจิตที่พิโรธเป็นยิ่งนัก  เหตุผลก็มีแค่อย่างเดียวนั่นก็คือการที่เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดผู้ซึ่งเป็นที่เคารพรักของเขานั้นได้ถูกฝ่ายของ
 

ยอร์กจับได้ไปนั่นเอง  และนั่น...จึงทำให้เขาอดรนทนไม่ได้จนต้องเค้นหาความจริงจากปากของคนตรงหน้านี้ให้ได้   แม้ทว่าร่างนั้นที่ถูกเฆี่ยนกลับยิ้มหยันใส่อย่างดูแคลนเสียได้ 
 
"คิดตั้งคำถามกับศัตรู  นายคงไม่มีวันได้คำตอบนั้นไปหรอก...อึ้ก!!! อุก...."
 
 สีหน้าที่ดูมั่นใจ  แม้ในยามที่เหมือนตนกำลังพ่ายแพ้  ช่างไปกวนอารมณ์ที่ขุ่นมัวให้ยิ่งพลุกพล่านมากขึ้นเหลือเกิน  แส้หนังลงฟาดใส่ร่างเล็กอีกครั้งด้วยความแรงที่มากกว่าเดิมจนผู้ถูกตรึงแทบจะทรุดทั้งยืน ก่อนที่แรงถีบอย่างแรงจากแลนซ์จะทำให้ร่างของยอร์กต้องเซไปอีกทางทันที แต่ก็ถูกแรงดึงจากเชือกที่มัดแขนไว้ดึงให้กลับมายืนยังที่เดิมอยู่ดี 
 
"ใช้วิธีสกปรกขนาดนั้นแล้ว ยังจะทะนงตัวได้อีกงั้นเหรอ? น่าขันซะจริง"  ผู้ลงโทษกล่าวอย่างโมโห  พลางจ้องมองเข้าไปภายในดวงตานิ่งสนิทน่าหมั่นไส้คู่นั้นที่ปฏิเสธจะทำตามคำพูดเขามาตลอดตั้งแต่ถูกจับตัวมาอย่างไม่สมอารมณ์เอาเสียเลย    
 
 

ดวงตาคู่นั้นช่างดูเด็ดเดี่ยว...  เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว...
 
 
แม้ว่าจะถูกทำร้ายซักแค่ไหนก็ไม่คิดหวาดกลัวต่อสิ่งตรงหน้าเอาเสียเลย.... 
 
ราวกับพญาหงส์มากล้นด้วยศักดิ์ศรี....
 

แลนซ์ส่งเสียงในลำคออย่างไม่พอใจนัก  ไม่ว่าจะทำร้ายไปเท่าไหร่ก็ไม่สาแก่ใจเขาเสียเลย  ในทางกลับเจ้าของเรือนผมทองนั่นกลับยิ่งทำตัวจองหองหนักกว่าเดิมเสียอีก   ด้วยท่าทางผยองแบบนั้น...มันรังแต่จะทำให้อยากจะฉีกกระชากความทะนงตัวนั้นให้ดับดิ้นทั้งเป็นเสียจริง....   
 
 
"อึก...  ก็ยังดี...กว่าคนเถื่อน.....ที่อยู่ในห้องนี้แล้วกัน...อ่ะ!"
 

มือใหญ่กระชากคอเสื้อสีตุ่นเข้าหาตัวทันทีด้วยความโมโห  ทำเอาอาภรณ์ที่ใส่อยู่ขาดรุ่ยเผยผิวกายข้างใต้ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีของโลหิตและรอยช้ำเป็นจ้ำๆให้ได้ปรากฎแก่สายตา  ดวงตาสีน้ำทะเลเหลือบมองเรือนร่างนั้นก่อนจะขยับยิ้ม  มือข้างที่ถือแส้อยู่หยุดการทำร้ายลง  เขาก้าวขาเข้าไปชิดร่างที่ถูกตรึงอยู่  และใช้ด้ามแส้ดันคางให้ใบหน้าจองหองนั้นเชยขึ้นสบตาของตนเสีย
 

"บางทีแส้อาจจะยังทรมานนายไม่มากพออย่างนั้นสินะ..."
 
 
"อึก...."  
 
ดวงตาสีเขียวจ้องมองอย่างเหนื่อยล้า ทว่ากลับมั่นคง  บาดแผลเพียงนิดไม่อาจจะลบความหยิ่งทระนงภายในกายได้แม้เพียงเสี้ยววิ   หากแต่ลึกเข้าไปภายในนั้นกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ถูกปิดบังซ่อนเร้นด้วยหน้ากากแห่งเกียรติยศที่ ไม่อาจจะถอดออกให้ผู้ใดเห็นได้....   โดยเฉพาะเมื่อรับรู้ได้ว่าเบื้องหน้านี้คือศัตรูด้วยแล้วล่ะก็...
 
"ฉันอยากเห็นไอ้สายตามั่นใจนั้นแปดเปื้อนไปด้วยน้ำตาขณะร้องอ้อนวอนฉันคนนี้จังเลยนะ?"

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองขยับยิ้มเย็นเยือก  แส้ที่ถืออยู่ถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี  พร้อมกับมือที่ยกขึ้นเชยคางร่างที่ถูกตรึงขึ้น  เพื่อจ้องมองให้มันถนัดชัดเจน 

"คิดจะทำอะไรน่ะ?" 

ใบหน้าสวยดั่งรูปสลักยังคงนิ่ง ถามกลับไปด้วยเสียงเรียบอย่างไม่กลัวเกรง แม้ว่าภายในจะรู้สึกหวั่นอย่างประหลาดแค่ไหนก็ตาม   หน้าของแลนซ์อยู่แค่คืบเท่านั้น... หากชิดมากกว่านี้ก็คงสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รดลงมา  ความกลัวที่ถูกเก็บไว้ในใจ...แม้กายละเอียดอยากจะขยับหนี  ทว่าพอรู้สึกตัวอีกทีริมฝีปากของอีกฝ่ายก็จรดลงบนผิวปากของตนเสียแล้ว 
 

"อึก...!?"
 
 ตาคู่งามเบิกกว้าง   ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างบอกไม่ถูก  แม้ไม่อาจจะเดินหนีได้ทว่ากายที่เล็กกว่าก็พยายามดิ้นไปมาปฏิเสธสัมผัสที่ได้รับอย่างรังเกียจ   มือสองข้างที่ถูกมัดไว้เหนือศรีษะพยายามดิ้นรสขยับให้หลุดอย่างไร้ทางออก ขณะที่รสจูบนั้นกำลังคุกคามเข้ามาอย่างจาบจ้วงและไร้มารยาท   
 
"อึก..อื้อ!!" 
 
เสียงครางทักท้วงหนัก  เมื่อลิ้นเปียกถูกดันเข้ามาในปาก ยอร์กปิดตาแน่น ความรู้สึกรังเกียจมากมายถาโถมเข้าหาตัวขณะที่สมองพยายามประมวลหาทางออก  มือสองข้างก็ใช้งานไม่ได้ มิหนำซ้ำร่างกายยังถูกกอดรัดไว้เช่นนี้  ด้วยความคิดชั่ววูบแค่เพื่อจะหาทางดิ้นให้หลุด  คมเขี้ยวขาวก็กัดลงบนลิ้นแปลกหน้าที่บุกเข้ามาในโพลงปากของตนทันที 
 
"อึก! หึ...  หัวแข็งซะจริงนะ...."  
 
ร่างใหญ่รีบผละจูบออกมาอย่างเสียดาย  พลางแค่นหัวเราะขณะปาดเลือดที่ซิบออกมาจากในปากของตน  อย่างที่คิด... ไม่มีทางที่คนตรงหน้าจะยินยอมอะไรง่ายๆอยู่แล้ว   ยิ่งเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติ์เช่นนี้แล้วด้วย...   
 
   ช่วยไม่ได้   ถึงปกติจะไม่เคยคิดอยากใช้วิธีนี้ซักเท่าไหร่  แต่การที่จะทำให้คนตรงหน้าต้องอับอายจนถึงขีดสุดได้มันก็น่าสนุกไม่น้อยเลยทีเดียวนี่นะ  แลนซ์คิดในใจพลางขยับยิ้ม  ยอร์กในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกในกำมือที่อยากจะทำอะไรใส่ก็ได้ทั้งนั้นจริงๆ  แม้กระนั้นแล้วคนตรงหน้านี้ก็ยังไม่วายที่จะดื้อดึงอยู่ได้  
 
ใบหน้าที่เคยนิ่งเหมือนมีร่องรอยหวาดกลัวเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย แค่นั้นก็ทำให้รู้สึกสะใจได้มากโขเสียแล้ว   ปากที่ปิดสนิทไม่คิดจะพูดอะไรใดๆต่อนั่นทำให้อดที่ยั่วเย้าไม่ได้จริงๆ 
 
 
"อะไรน่ะ? ไม่คิดจะด่าฉันเหมือนเมื่อกี้แล้วเหรอ?"  ร่างสูงยั่วเย้า  พลางนิ้วมือก็ไล้ไปตามแก้วขาวอย่าถือสิทธิ์  คิ้วโก่งของอีกฝ่ายทำเพียงแค่ขมวด แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรอีกนอกจากการเม้มปากเข้าหากันบ่งบอกถึงการต่อต้านสุดๆ 

"เวลาแบบนี้นายควรจะด่าฉันว่ายังไงนะ? วิปริต? โรคจิต? ชั้นต่ำ?  หรือคำที่รุนแรงกว่านั้นกันนะ?" 
 

ยิ่งได้ยั่วโทสะก็ยิ่งรู้สึกสะใจ... สะใจอย่างบอกไม่ถูก...  เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วคุกใต้ดินของปราสาท  ขณะที่ปฏิกริยาตอบรับของอีกฝ่ายยังคงพยายามนิ่งเงียบและเลือกที่จะหันหน้าหนีไปอีกทางเหมือนอยากจะหลุดพ้นไปให้ได้ไวๆมากกว่า  

แลนซ์ชักเริ่มสนุก... ความรู้สึกอยากจะถามหาเจ้านายที่ถูกลักพาตัวไปราวกับได้แปรเปลี่ยนเป็นอื่นไปเสียแล้วเขาผละแขนที่กอดร่างนั้นอยู่และเดินวนไปด้านหลัง  ก่อนจะสวมกอดอีกครั้งจและวางคางเกยที่ไหล่ผายแทน  
 
"นี่ ถ้ายังเงียบอยู่อย่างนี้ฉันก็ไม่สนุกน่ะสิ" 
 
ชายหนุ่มแหย่เย้า  พลางมือที่ซุกซนก็สอดผ่านเข้าไปภายใต้ชั้นผ้าที่ขาดวิ่นพลางลูบไล้อย่างเบามือ   สร้างความรู้สึกหวาดวิตกให้มากพอที่คนเบื้องหน้าถึงกับสะดุ้ง  ยอร์กก้มมองต่ำ  เขาไม่รู้ว่าคนๆนี้คิดจะทำอะไรกับเขาต่อไปกันแน่   แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวมันกู่ร้องให้รู้ว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีเป็นแน่    
 

"ฉันมีความคิดดีๆจะเสนอนะ ธีโอดอร์ที่รัก.."    แลนซ์กล่าว พลางก้มลงประทับรอยจูบไปทั่วท้ายทอยที่สั่นเทิ้มนั้น  
 
 
"ถ้านายสามารถเก็บอารมณ์ไม่ร้องออกมาเลยได้จนถึงที่สุด... ฉันจะปล่อยนายไป..."   คมเขี้ยวขาวขบกัดลงอีกครั้งราวกับแกล้งกัน
 

"แต่ถ้านายหลุดร้องคราง หรือสนุกกับมันเมื่อไหร่ล่ะก็..."  แขนซ้ายเชยใบหน้าสวยให้แหงนขึ้นเพื่อสบเข้ากับสายตาของตนพร้อมแสยะยิ้ม
 

"นายจะต้องเป็นของฉันที่นี่ตลอดไป..."    
 

'ไม่มีวัน'
 

สิ่งแรกที่พุ่งขึ้นในใจของยอร์กขณะที่สายตาได้เพียงแต่จ้องตอบอย่างเกลียดชัง  ก่อนที่จะต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเมื่อนิ้วมือซุกซนนั้นเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของเขาอีกครั้ง  ต้องอดทนให้ได้....  นี่เป็นหนทางเดียวที่เขาจะรอด  ไม่ว่ายังไงก็ต้องอดทนให้ได้  หากเผลอไปตามความรู้สึกประหลาดๆนี่เข้าล่ะก็ ทุกอย่างต้องจบอย่างแน่นอน...  และเขาจะยอมให้ตัวเองเป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด...   ไม่ยอมแน่... 
 

ร่างบางขบฟันเข้าหากัน  พยายามหลับตาข่มสติขณะที่ใบหูถูกโลมเลียจากด้านหลัง  นิ้วของแลนซ์กำลังบดขยี้ยอดอกชมพูระเรื่อสร้างความรู้สึกกระอักกระอ่วนให้มากเหลือเกิน  แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการกัดฟันอดทนเท่านั้น 
 

และพึงระลึกเอาไว้เสมอว่านี่เป็นเพียงแค่เกมส์สกปรกๆที่ถูกแลนซ์สร้างขึ้น...   หากผ่านการทดสอบ เขาก็จะรอด...  หากเพียงแค่ผ่านการทดสอบ...  และแสดงให้แลนซ์เห็นได้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับสิ่งที่คนตรงหน้าพยายามยั่วยุ...     แม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ยากมากก็ตามที  เพราะเขาไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่าคนๆนี้จะมาไม้ไหนกันแน่?   
 

ขณะที่กำลังครุ่นคิดหาทางออก สัมผัสเปียกชื้นที่โลมเลียจากใบหน้าก็ไล้เรื่อยลงมาจนถึงลำคอเสียแล้ว  ประทับจูบจนผิวขาวเป็นรอยแดงพลางขบกัดเพียงเบาๆพอให้ความรู้สึกแปลกๆ    ความรุ่มร้อนบางอย่างเกิดขึ้นกับยอร์ก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงพยายามตีหน้านิ่ง สิ่งเหล่านี้คืออะไรกันแน่ เขาไม่อาจเข้าใจ...  แม้ว่าใบหน้าจะเริ่มแดงเล็กน้อย   แต่ถึงอย่างนั้นก็จะเผลอไม่ได้....  
 

ฝ่ามือหยาบกร้านไล้วนไปทั่วบริเวณหน้าท้องแบนราบ พลางมือก็กดต่ำลงไปเรื่อยๆอย่างน่าหวาดหวั่น  ขณะที่ลมหายใจอุ่นจนร้อนก็เป่ารดลงบนต้นคอสร้างอารมณ์ประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ   ร่างบางทำได้แค่เพียงสั่นระริก  
 

กลัว... กลัวเหลือเกินแต่ก็ไม่อาจจะแสดงออกไปได้  เพียงแค่อาการสั่นนี้ก็น่าอับอายมากพอแล้วจริงๆ....
 
"ตัวนายสั่นนะยอร์ก กลัวงั้นรึ?"
 
 แลนซ์หัวเราะเบาๆ   พลางขบกัดใบหูสร้างอารมณ์หวาดเสียวให้อีกฝ่ายต้องอดทนเล่นๆ   ขณะที่ศรีษะสีทองนั้นได้แต่ส่ายน้อยๆเหมือนจะปฏิเสธ  และไม่คิดที่จะพูดต่อโต้ตอบด้วย   
 

"ไม่กลัว? ก็ดี...."  น้ำเสียงทุ้มนุ่มกล่าวกระซิบ  พลางมือก็ลูบไล้สะโพกมนไปมาอย่างหิวกระหาย   นิ้วมือที่เย้าแหย่ขยับเข้าใกล้บางสิ่งก่อนจะชักมือกลับมาจับสะโพกอย่างทีเล่นทีจริงราวกับจงใจแกล้งกันเห็นๆ 
 

"แต่ถ้านายยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาล่ะก็.. เรื่องมันอาจจะเลวร้ายกว่านี้ก็ได้นะ..."   
 

ถ้อยคำเอ่ยไป  มืออีกข้างหนึ่งก็ปลดกางเกงผ้าของอีกฝ่ายลงพร้อมสัมผัสส่วนนั้นเบาๆเหมือนเป็นคำเตือน  ลมหายใจของยอร์กติดขัด ณ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตน  แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะต้องเจอ  เขาอยากจะดิ้นให้หลุด ตบหน้าซักฉาดแล้วด่าถ้อยคำแรงๆดั่งชนชั้นไพร่ออกไปเสีย  
 
หากทว่าศักดิ์ศรีที่มีอยู่ก็บังคับให้ไม่อาจทำแบบนั้นได้ง่ายนัก ไม่สิ.. ต่อให้ทำได้แต่การจะดิ้นให้หลุดจากเชือกเส้นใหญ่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆอยู่ดี
 
  ร่างกายขาวสะอาดสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เมื่อนิ้วมือของอีกฝ่ายแตะลงที่ส่วนต้องห้ามของตนเอง  ดวงหน้าสวยปิดตาแน่น พลางขบฟันเข้าหากันสกัดกลั้นเสียงและความกลัวอย่างดื้อดึง
 

"อึก..." 
 

เสียงกลืนน้ำลายเบาๆสร้างความพอใจได้มากนัก  ชายหนุ่มผมน้ำตาลทองหัวเราะในลำคอและกระซิบอีกครั้งหวังปั่นหัวคนตัวเล็กกว่าให้ยิ่งอารมณ์กระเจิดกระเจิงไปมากกว่านี้ 
 

"เริ่มรู้สึกแล้วรึไง?  นี่เพิ่งเริ่มเองนะ?" 
 

นิ้วนั้นลงมือบดขยี้ลงบนปลายสุดของส่วนอ่อนนุ่มทันทีที่จบคำเย้าแหย่ ปล่อยกายบางให้เหยียดตัวขึ้นด้วยความเสียวซ่านแม้ว่าปากนั้นจะยังคงพยายามปิดสนิทอยู่ก็ตาม 
 

"อะ....อึก...."