Categories

[EWAW]131027 : Welcome to Yorkshire

posted on 17 May 2013 22:36 by akihikozetsu in EWAW
เอ็นทรี่ย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม...
 
 
รหัสนักเรียน : 131027
 
ชื่อเมือง/รัฐและชื่อประเทศ (ภาษาอังกฤษ) : Yorkshire,England, United Kingdom
 
ชื่อมนุษย์ : Theodore Eboracum Eoferwic Jórvík Yorkshire
 
-------------------------------------------------
 
ขออภัยในความล่าช้าของการบ้านครับ.....   ผมทำการเตรียมข้อมูลนานไปหน่อย... 
 
หวังว่าจะโอเคนะ... *กังวลนิดๆ*
 
.
.
.
.
.
.
.
 
-วันที่ 1- 

ณ สถานีรถไฟยอร์ก [York railway station] 
 
 
(http://www.docbrown.info/docspics/yorkscenes/yspage08.htm)
 
วันนี้เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ต้อนรับคุณเอในฐานะไกด์ทัวร์บ้านของผมเอง    เพราะทางโรงเรียนอนุญาตให้กลับบ้านได้เป็นกรณีพิเศษ  ผมจึงไม่รอช้าที่จะกลับมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่คุณเอจะบินตามมาอีกทีหนึ่ง  
 
ทุกอย่างในวันนี้ดูเยี่ยมมาก  อากาศแจ่มใสดีเหมาะแก่การพาเที่ยวชมเสียเหลือเกิน  แม้แต่หิมะที่เคยเกาะตามกิ่งไม้จากสภาพอากาศแปรปรวนก็หายไปซะที ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ในชานชาลาของสถานีจิบโกโก้ร้อนจากร้านโปรดอย่างคิดถึงและรอคอยต่อไปเรื่อยๆด้วยความใจเย็น  
 
แม้ตัวตนของผมจะเป็นจิตวิญญาณของทั้งมณฑลก็ตาม แต่เมืองที่ผมคุ้นเคยเสียจนเรียกว่าบ้านได้ก็คงจะเป็นที่นี่ที่เดียวนั่นแหละนะ    
 
บางทีพระเจ้าอาจจะประทานพร...   ดลบันดาลให้ความคิดถึงบ้านของผมลุล่วงไปด้วยดีก็เป็นได้  และต้อนรับผมอย่างอิ่มอกอิ่มใจด้วยอากาศโล่งโปร่งสบายของฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ผมนั่งอิ่มเอมกับรรยากาศได้ซักพักใหญ่ๆ  ทุกอย่างดูจะเป็นใจไปเสียหมดเลยล่ะ    
 
เสียก็แต่เงาของอาคันตุกะที่ยังไม่โผล่มาเลย....ดูเหมือนว่าหนทางจะไกลไปเสียหน่อย...    คุณเอที่กำลังเดินทางมาจึงยังมาไม่ถึงสถานีรถไฟ... ไม่สิ..ตามกำหนดการณ์แล้วควรจะมาตั้งแต่เช้า แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววเลยนี่นา?
 
 
ผมนั่งรอรถไฟขบวนจากลอนดอนเข้าสู่ชานชาลาจนถึงเวลาเที่ยงกว่าๆ  ในที่สุดคุณเอก็มาถึงยังจุดนัดพบ  
 
"สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ยอร์ก  เมืองที่ใหญ่สุดในภูมิภาคนอร์ทยอร์กเชอร์นะครับ"  
 
ผมกล่าวตอนรับพร้อมยิ้มอย่างเป็นไมตรีจิต เมื่อเห็นแขกคนสำคัญในชุดเสื้อลายดอกเดินออกมาจากรถไฟด้วยอาการเก้ๆกังๆ    คุณเอดูประหลาดดีนะ  แต่ถึงอย่างไรผมก็ต้องต้อนรับแขกคนสำคัญให้ดีที่สุดโดยไม่เกี่ยงอยู่แล้วล่ะ 
 
"สวัสดีๆ  บ้านคุณนี่เดินทางลำบากจังนะครับ กว่าจะถึงนี่ได้ต้องเปลี่ยนสายรถไฟไปมาตั้งนานแน่ะ"   คุณเอกล่าวพลางยิ้มแฮะๆและยกมือลูบก้นตัวเองแบบเหนื่อยๆ
 
 "นั่งรถไฟนานๆปวดก้นไปหมดเลยล่ะ"    
 
"งั้นเหรอครับ? จริงๆคุณไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟจากคิงครอสให้วุ่นวายขนาดนั้นก็ได้นะครับ  ถ้านั่งรถจากแมนเชสเตอร์หรือเอดินเบอระเข้ามาก็แค่แป้บเดียวก็ถึงแล้วล่ะ...."  
 
ผมกล่าวแนะนำไป แต่ว่า... มันสายเกินไปรึเปล่านะ?   ท่าทางของคุณเอดูตกตะลึงมาก  เขาโวยวายออกมาดังลั่นจนคนแทบจะหั่นมาทั้งชานชาลา
 
"อ้าว!?  ถ้ามันไวกว่าแล้วจะส่งตั๋วลงสนามบินฮีทโทรวให้ทำไมกันล่ะครับ!?  คุณเป็นคนจัดการธุระตรงนี้เองนะ!"    
 
"อ๋า... จริงด้วย.... ขอโทษจริงๆนะครับ ผมคงจะลืมนึกไป..."    
 
"ช่างเถอะๆ  ว่าแต่วันนี้จะไปเที่ยวที่ไหนบ้างเหรอครับ?"  
 
คุณเอเอ่ยถาม   อืม... นั่นสินะ  ผมร่างแพลนไว้ในกระดาษยาวเสียจนถ้าคุณเออ่านเองอาจจะช้อคตายก่อนได้  แต่จะพาไปที่ไหนก่อนดีน้า... ผมใช้ความคิดอยู่ครู่นึงจึงถามออกมา 
 
"อืม.. คุณอยากจะไปที่ไหนก่อนดีล่ะครับ?  ผมมีทั้งนอร์ทยอร์กเชอร์ เซาท์ยอร์กเชอร์ อีสต์ไรด์ดิ้ง และเวสต์กับเมืองน่าสนใจอีกเป็นร้อยเมืองเชียวนะครับ"  ผมอธิบายไป ทว่าคุณเอกลับทำหน้าช็อคอีกแล้ว  อะไรกัน... ผมทำอะไรพลาดอีกนะ? 
 
 
"ร้อยกว่าเมือง!? ไปทั้งหมดนั่นไม่ไหวหรอกครับ  ช่วยพาไปเฉพาะที่ที่คุณชอบแล้วกันนะ..." 
 
3  วัน2 คืนคงจะลำบากไปสำหรับร้อยกว่าเมืองนั่นจริงๆด้วย...     ผมคิดในใจและพยักหน้าตอบรับคุณเอไปโดยไม่ลืมรอยยิ้ม  
 
"ก็ได้ครับ  ถ้าเฉพาะที่ผมชอบก็ต้องเมืองนี้อยู่แล้วล่ะนะ  ถ้างั้นจะให้ลูกน้องช่วยเอาสัมภาระของคุณไปที่โรงแรมเลยแล้วกันนะครับ"   คุณเอพยักหน้า  และสัมภาระทุกอย่างก็ถูกขนไปยังที่พักที่ผมตั้งใจจองให้คุณเอทันที   
 


(http://www.latemeetings.com/united-kingdom/yorkshire/north-yorkshire/york/the-royal-york-hotel-and-events-centre,-york/index.aspx)
 
ที่พักที่ผมเลือกไว้ให้ก็คือที่ The Royal York Hotel  อยู่ห่างจากตัวสถานีไปได้ไม่เท่าไหร่  ถึงจะเป็นโรงแรมสี่ดาว แต่ก็เป็นที่ที่ดีที่สุดในเวลานี้สำหรับผมแล้วล่ะ   คุณเอมองปราสาทหลังเก่าที่กลายสภาพเป็นโรงแรมด้วยสภาพอ้าปากค้าง  แลดูขบขันเสียเหลือเกินจนผมอดที่จะถามไม่ได้   
 
"เป็นอะไรไปเหรอครับคุณเอ?"    
 
"ปราสาทหรูขนาดนี้... คงจะหรูหราระดับห้าดาวแน่ๆเลยใช่มั้ยครับเนี่ย?  แบบนี้จะไม่แพงเกินไปหน่อยเหรอ?"    
 
คุณเอท่าทางตกตะลึงอย่างมาก  แต่ผมกลับแค่ยิ้มและตอบกลับเขาไปเท่านั้น
 
"นี่แค่โรงแรมสี่ดาวน่ะครับ  แต่ก็เป็นสถานที่ที่ผมเชื่อว่าดีที่สุดแล้วล่ะนะ  เอาล่ะจะเข้าไปพักผ่อนซักหน่อยหรือจะไปเที่ยวดีล่ะครับ?" ผมกล่าว แม้จะมีเสียงของคุณเอไล่หลังมาเบาๆว่า  
 
"หรูขนาดนี้ยังได้แค่สี่ดาวเองเหรอเนี่ย?"  แต่ก็คิดไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่นัก  หลังจากที่เชคอินกับพนักงานจนเสร็จแล้ว  ผมก็พาคุณเอไปดูห้องนอนของเขา    ห้องที่ผมจองเป็นห้องสวีท แบบที่ดีที่สุดในโรงแรม  แน่นอนล่ะ เพื่อแขกคนสำคัญของผมขนาดนี้ ผมจะจองแค่ห้องแสตนดาร์ดให้กับเขาได้อย่างไรกันล่ะ? 
 
 
(https://mymotels.com/reserve/hotel/?hotelid=144874)
 
 
"ว้าว!!!  เห็นวิหารจากตรงนี้ด้วยล่ะ!!!"   คุณเอมองวิวจากห้องนอนแล้วตื่นเต้นใหญ่เลย   ผมหัวเราะเบาๆขณะมองเขา โล่งใจที่อย่างน้อยเขาก็ชอบโรงแรมที่ผมจัดไว้ให้นี้
 
 "คุณจะอยู่ในนี้ไปก่อนก็ได้นะครับถ้าต้องการ"   
 
"ฮื้อ  ห้องที่นี่สวยมากเลยล่ะครับ  แต่ไม่ล่ะ ผมมาที่นี่เพื่อเที่ยวนี่นา ไว้ค่อยกลับมาดื่มด่ำกับบรรยากาศของโรงแรมก็ยังไม่สาย"   คุณเอยิ้มให้  พร้อมเดินเข้ามาหาผม  
 
"แต่ตอนนี้ผมหิวแล้วล่ะ ช่วยแนะนำร้านอาหารอร่อยๆให้กินหน่อยได้มั้ยครับ?"   
 


 
หลังจากที่ผมรับทราบถึงความหิวของคุณเอ  ผมก็พาคุณเอมาที่ย่านสโตนเกจ  และตรงเข้าสู่ถนนSt Helens Square โดยทันที   ท่ามกลางผู้คนนักท่องเที่ยวที่เดินขวักไขว่ไปมา  คุณเอดูสนอกสนใจย่านนี้เป็นอย่างมาก   เขามองดูร้านรวงที่ยังคงสภาพความเก่าแก่ราวกับหลุดออกมาจากยุคกลางอย่างทึ่งๆ และกล่าวออกมา
 
"ตึกที่นี่ดูคลาสสิคมากเลยนะครับเนี่ย  อย่างกับในภาพยนต์ยุคกลางที่เคยดูบ่อยๆเลยล่ะ"   
 
"นั่นเพราะย่านสโตนเกจเป็นย่านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยที่ผมเพิ่งหมั้..... เอ่อ หมายถึงสมัยที่ราชวศ์ทิวดอร์เพิ่งเกิดขึ้นมาน่ะครับ และถูกทางการรักษาอาคารไว้เป็นอย่างดี  แต่ที่ถนนเซนต์เฮเลนนี่มีส่วนที่แปลกไปจากส่วนอื่นอยู่เหมือนกันนะ"  
 
ผมเกือบหลุดอะไรบางอย่างที่ไม่อยากจะนึกถึงเท่าไหร่ออกไป แต่ก็รีบเปลี่ยนคำพูดได้อย่างเร็วพอที่จะไม่เป็นที่สนใจจากคุณเอ   คุณเอเอียงคอ  ดูท่าทางสนใจกับประวัติศาสต์ที่ผมเล่าออกมา  
 
"ส่วนที่แปลกไปเหรอ?"   
 
"อื้ม  เพราะว่าเซนต์เฮเลนนี้น่ะ  ยังมีสิ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยที่คุณโรมันยังปกครองผมหลงเหลืออยู่ด้วยน่ะครับ  ไว้หลังจากที่เราทานข้าวกันเสร็จแล้วผมจะพาไปชมนะ" คุณเอรับคำผม  และเราก็พาเดินกันไปต่อที่ร้านอาหารที่เป็นเป้าหมาย 
 
 
 
 
"โอ้โห!! คนต่อคิวเยอะขนาดนี้เชียว!  นี่มันร้านอะไรกันเหรอครับ ทำไมคนเยอะขนาดนี้!?"  
 
คุณเอมองเหล่านักท่องเที่ยวผสมกับชาวอังกฤษที่ต่อแถวเรียงรายกันอย่างฉงนสนเท่ห์   ขณะที่เราทั้งสองคนเข้าไปต่อคิวที่ปลายแถวนั้น  ดูเหมือนคุณเอจะมีท่าทางซีดๆไปซักหน่อย...
 
"นี่คือร้าน Betty's Tea Rooms ครับ เป็นร้านอาหารขึ้นชื่อที่สุดของผม  มีสาขาย่อยด้วยนะ แต่ที่นี่คือสาขาใหญ่สุดน่ะครับ ชาของที่นี่ขึ้นชื่อสุดๆเลยล่ะ  จริงๆที่ผมต้องกลับมาจากโรงเรียนก่อน ก็เพื่อจัดการจองที่นั่งให้กับคุณนี่แหละนะ ไม่งั้นก็คงต้องรออีกนานเลยล่ะครับกว่าจะได้ที่นั่ง"  ผมอธิบายยืดยาว
 
 ขณะที่คุณเอพยักหน้ายิ้มๆและขอบคุณผมที่ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ พร้อมกับกระดึ้บไปตามแถวยืดยาวเรื่อยๆ    เราทั้งคู่เงียบไปกันได้พักหนึ่ง  ปล่อยศรีษะของเราให้โดนแดดโลมเลียเล็กน้อยถึงปานกลาง  ก่อนที่คุณเอจะทำลายความเงียบระหว่างการสนทนานั้นลง  
 
"เอ่อ... ขอโทษนะครับ แต่ว่า ถ้าคุณยอร์กบอกว่าจองที่ไว้ให้แล้ว แล้วทำไมยังมาเข้าคิวยาวยืดนี่อีกล่ะ?"  
 
"อ๋อ... นั่นก็เป็นเพราะผมชอบต่อคิวน่ะครับ"   
 
"ง่า..."    
 
คุณเอดูมึนๆไปเล็กน้อย  สร้างความสงสัยให้กับผมนิดหน่อย  ทำไมกันนะ?  คนอังกฤษก็ชอบต่อคิวด้วยกันทั้งนั้นนี่นา?  ไม่เห็นจะใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไรเลย...   ผมมองดูคุณเอด้วยความสงสัยเล็กน้อย  แต่ก็ไม่คิดอะไรและรอจนกระทั่งเวลาผ่านไป  จนสามารถหลุดเข้ามาในร้านได้สำเร็จ  และเราก็เริ่มกินอาหารกัน  
 
 
มุมน้ำชาของที่นี่ 
 
 
 
 
 
 
smoked salmon with prawn cocktail on toasts
 
 
 
 
 
 
mushroom cream soup
 
 
 
 
 
 
Scottish Salmon served with green salad and balsamic vinegar 
 
 
 
โซนของหวานครับ
 
strawberry shortbread sandwich สอดไส้ด้วย whipping cream
 
กับ....
 
 
 
 
 
 
"ส่วนนี่คือ Toast scone  หรือ "สโคนปิ้งนั่นเองครับ...   สำหรับคนที่มักจะติดภาพPaPaของผมที่ทำสโคนได้......มาก    ต้องขอบอกเลยนะครับว่าไม่จริงเสมอไปหรอก  เจ้าสโคนปิ้งนี่อร่อยมากๆเลยล่ะ  คุณคิดว่าไงล่ะครับ?"   
 
ผมยิ้มๆถามไป  คุณเอลองกัดมันเข้าปากไปเหมือนแหยงๆนิดๆ  แต่ก็ยิ้มออกมาจนได้ 
 
"อื้ม จริงด้วย  ก็ไม่ได้แย่จริงๆด้วยนะนี่ แฮะๆ"  
 
 
 
 
 
"ฮ้าาาา อิ่มตื้อเลย!  ไม่อยากเชื่อเลยนะเนี่ยว่าอาหารอังกฤษจะอร่อยขนาดนี้ได้น่ะ!"  
 
คุณเอยิ้มกว้างลูบท้องตัวเองด้วยความอิ่มสุดๆ   กว่าเราจะต่อแถวและกินอาหารจนเสร็จก็กินเวลาไปหลายชม.แล้ว  ณ เวลานี้คือเวลาบ่ายสองโมงพอดี  ผมจึงชวนคุณเอไปเดินเที่ยวแถวถนนเซนต์เฮเลนและชอปปิ้งในย่านสโตนเกจกันต่อเลยดีกว่า  
 

ดอกไม้สวยๆ หน้าร้านเบตตี้  
 

ร้าน wild heart เป็นร้านขายของแต่งบ้าน และตุ๊กตาน่ารักๆครับ  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุณเอมองตุ๊กตาในนั้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใหญ่เลย   สุดท้ายก็เอาตุ๊กตาติดตัวกลับไปโรงแรมซักตัวสองตัวจนได้  ฮ่าๆ   
 
 
 
 

แวะกินน้ำมะนาวซะหน่อย
 

และต่อด้วยร้านนี้ที่กลิ่นเครื่องหอมรันจวนออกมาเสียจนคุณเอต้องหยุดยืนมองมันอย่างสงสัย  
 
"นี่มันร้านอะไรกันเหรอครับคุณยอร์ก?"  
 
คุณเอพูดพร้อมชี้นิ้วเข้าไปในร้านค้าท่าทางมืดหม่นแต่มีกลิ่นหอมอย่างประหลาดออกมานั้น  
 
"ร้านเครื่องรางมนต์ดำน่ะครับ  สนใจเข้าไปมั้ย?"   
 
หน้าคุณเอยิ้มเจื่อนๆ  และโบกมือปัดไปปัดมาปฏิเสธที่จะเข้าไปในร้านเสียอย่างนั้น...   ให้ตายสิ  น่าเสียดายจังเลยน้า  แต่ก็ช่วยไม่ได้...  อย่างไรเสียผมก็ต้องตามใจนักท่องเที่ยวไว้ก่อนนี่นา?   
 
 
 
เราเดินต่อกันมาได้อีกซักพัก  ก็มาถึงที่โบสถ์เก่าแก่ไฮไลท์ของถนนเซนต์เฮเลนแห่งนี้ 
 
 
 

ใช่แล้วครับ ที่กำลังมองกันอยู่นี่ก็คือโบสถ์เซนต์เฮเลนนั่นเอง   "ถึงแล้วล่ะครับ  สถานที่ที่ผมบอกคุณไว้"   ผมหันหลังมาบอกกับอาคันตุกะของโรงเรียน    คุณเอแหงนหน้ามองและถ่ายรูปไว้   ดูสนใจมากมายตามเคย  
 
"ที่นี่คือโบสถ์เซนต์เฮเลนครับ เป็น 1 ใน 4  โบสถ์เก่าแก่จากสมัยยุคโรมันที่ยังเหลือรอดมาในปัจจุบันครับ"  
 
 "โห.. แปลว่ามีโบสถ์แบบเดียวกันนี้อีก 3 หลังงั้นเหรอครับ?"  คุณเอถามอย่างสนใจ  
 
"ครับ  แต่ว่าในช่วงสมัยสงครามโลก...โบสถ์ทั้งสามก็ถูกระเบิดจนมอดไหม้ไปเกือบหมดแล้ว  จะมีเหลืออีกหลังที่เหลือซากจากการไฟไหม้อยู่ใน museam garden ไม่ไกลจากที่นี่ครับ แต่เวลาป่านนี้แล้ว ผมคงจะพาคุณไปดูมันในวันพรุ่งนี้นะ"   
 
เรื่องเล่าเลวร้ายในอดีตถูกเล่าผ่านออกไปทางปากของผมราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน  แต่เปล่าหรอก... ผมเองก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน  แต่มันไม่ใช่เวลาที่จะมาแสดงอาการเศร้าออกไปต่อหน้าแขกนี่นา?  สิ่งที่ผมทำจึงทำเหมือนดั่งเช่นที่ทำในทุกๆวัน  ฉาบมันไว้ลึกสุดหัวใจและกล่าวออกไปอย่างธรรมดาที่สุด   คุณเอพยักหน้าและพวกเราก็เข้าไปชมความสวยงามข้างในโบสถ์ด้วยกัน
 
 
 
 
(http://yorkdailypicture.blogspot.com/2012_01_01_archive.html)  
 

หลังจากที่เราดูโบสถ์กันพอใจแล้ว  สถานที่ที่เราไปกันต่อก็คือกำแพงที่ล้อมรอบย่าน stonegate นี้เอาไว้   กำแพงเมืองเก่า citywall นั่นเอง  
 
 

(http://www.flickr.com/photos/marksunderland/4545550400/) 
 
 
 

มองลอดจากรูตรงนี้ เห็นย่าน stonegate ด้วยนะครับ! 
 
 
 
หลังจากที่เราออกมาจาก citywall ก็ค่ำพอดี  ผับต่างๆเริ่มเปิดให้บริการ  ผมจึงชวนคุณเอเข้าไปดื่มอะไรเล็กน้อยตามประสาให้สำราญพอหายอยาก    หลังจากนั้นก็กลับไปสปาที่โรงแรมแล้วจึงแยกย้ายกันเข้านอนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันต่อไปครับ  
 
-----------------------------------------------------
 
เสร็จหนึ่งวันซะที แงงงงงงงงง หาข้อมูลจนปวดหัวไปหมดเลย ฟืดดด (สั่งน้ำมูก)  
 
ขอขอบคุณพี่จิบิมากๆที่ใจดีให้ยืมภาพนะคะ ; /l\ ;  
 
ไม่ไหวแล้ว ข้อมูลยอร์กทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย  ตีกันมั่วไปเลย โฮกกกกกก 
 
จากตอนแรกคิดว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองที่เงียบมากไม่มีอะไรมากแท้ๆ แต่ไปๆมาๆ ที่เที่ยวเยอะจนข้อมูลน่าสนใจ ถล่มกองทับตายคาที่เลยค่ะ  
 
เฉพาะที่พานายเอไปนี่ก็ยังไม่หมดเลยอ่ะ แง... หวังว่าจะเที่ยวได้ครบนะ  
 
สำหรับคนที่สงสัยว่าวิหารหายไปไหน?   ไฮไลท์ของเมืองเราไม่เอาไว้วันแรกหรอกค่ะ  ไว้ต่ออีกทีวันที่สองไงล่ะ!! ฮาาา 
 
แต่ตอนนี้ขอพักเหนื่อยก่อนนะ.... (นอนตายใต้ต้นมะม่วง) 

edit @ 18 May 2013 00:22:05 by Aki_Zen

edit @ 18 May 2013 17:11:57 by Aki_Zen

edit @ 27 Jun 2013 17:55:22 by Aki_Zen

Comment

Comment:

Tweet

@toshi2539  ไม่รู้นิสัยคุณเออ่ะ ก้อปจากบล้อคโทชิเอานั่นแหละเห็นพูดผมๆ ครับๆเลยทำตามมั่ง.. /ซับบ

#2 By Aki_Zen on 2013-05-18 18:53

ยาวมาก ได้ความรู้ด้วย
/สูบจนตัวพอง
คุณเอดูเรียบร้อย(?)จริงๆ  อยู่กับยอร์กนี่ชีวิตปลอดภัยนะ  555
เห็นของกินแล้วอยากกินมากเลยอะ  แง้  หิววววววววววววววววหกดทาฟสหกดสาหฟกด

#1 By PuppyToshi on 2013-05-18 18:47