Categories

 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
*เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟิคเรื่องนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคลจริงหรือสถานที่จริงแต่ประการใด กรุณาใช้วิจารณจักรยานในการอ่านนะคะ*    
 
 
 
อะหึ... ดองฟิคได้ ดองฟิคดี สุดท้ายก็ได้ฤกษ์มาอัพตอนวัน Yorkshire day พอดีเป้ะเลย  TT v TT (ไม่เสร็จดีอีกด้วยแน่ะ เสร็จแค่ท่อนเดียว แกร้สสสสสส)  
 
 
ฟิคเพลงซึนเดเระค่ะ  คิดว่ามันเข้ากับนิสัยของยอร์กดี  แล้วก็...  เหมือนได้แสดงด้าน "เอาแต่ใจ" ของยอร์กออกมา  
 
ซึ่งปกติแล้วยอร์กที่เราตีความออกมาน่ะ  จะเป็นผู้ชายที่มีความเป็นผู้ใหญ่  ใจเย็น และราบเรียบมาก  (ไม่นับสมัยก่อนที่บ้าสงคราม และชอบรบราฆ่าฟันนะคะ)  
 
เราเลยอยากจะเขียนด้านที่มีแค่ "คนพิเศษ" ได้เห็นแค่คนเดียวเท่านั้นของยอร์กออกมา  
 
บวกกับว่า เพลงซึนเดเระ โนะ อุตะนี่มันช่างตรงกับนิสัยของยอร์กมากๆเลยล่ะ 55555  เลยขอซะหน่อยละกัน... 
 
 
แต่ฟิคเพลงเขียนยากมาก  แล้วเราก็รู้สึกเลยว่าภาษาเราในฟิคนี้ห่วยมากๆ  ยังไงก็ขออภัยในภาษาที่อ่านแล้วมันสะดุดๆ ไม่ค่อยราบลื่นนะคะ  ขออภัยจริงๆ TT /l\ TT  
 
สุดท้ายนี้ อัพในวัน Yorkshire day พอดี  ก็อยากจะมาเขียนเกร็ดเล็กน้อยหน่อยแล้วกันนะ  
 
 
Yorkshire day 
 
เป็นวันที่ทางการของมณฑล Yorkshire จัดตั้งขึ้น  เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์  และโฆษณาเชิญชวนให้ผู้คนมาท่องเที่ยวในมณฑล  ถือเป็นการโปรโมทมณฑลไปในตัว  อันเนื่องจากความยาวนานของประวัติศาสตร์  ทำให้ไม่อาจจะหาวันที่ถูกต้องของการจัดตั้งมณฑลได้ จึงยึดถือวันนี้ เป็นเสมือนวันก่อตั้งของมณฑลยอร์กเชอร์ค่ะ  
 
ภายในวันนี้  จะมีการเฉลิมฉลองตามหัวเมืองต่างๆ  และจะจัดเทศกาลยอร์กเชอร์เดย์ขึ้นโดยมีเมืองต่างๆเป็นแม่งานในปีนั้นๆ  (ในปีนี้ จขบ.ไม่ทราบจริงๆว่าเมืองไหนเป็นคนจัด  เพราะหาข้อมูลไม่เจอค่ะ /ซับๆ)   แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมืองที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานยอร์กเชอร์เดย์ มักจะเป็นเมือง Leeds ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลนะ  
 
ภายในงานจะมีของกินตามๆ และการละเล่นพื้นเมืองประจำมณฑล  วนเวียนมาจัดแสดงให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมได้ค่ะ  น่าสนุกดีนะ XD  
 
ด้วยความพิเศษของวันนี้ เราจึงถือให้ Yorkshire day เป็นวันเกิดของยอร์กเจ้าค่ะ! : 3   
 
 
อาจจะไม่เกี่ยวกับฟิคเท่าไหร่ แต่ก็ให้ความรู้เนื่องในโอกาสของวันเกิดลูกชายเราละกันเนอะ  แฮะๆ  
 
ไปชมฟิคกันเลยค่ะ!!! 
 
 
-------------------------------------------------------------------------
 
 
 

หัวใจของชั้นน่ะไม่ได้เต้นรัวซะหน่อยนะ

ก็แค่นายทำให้ฉันตกใจเท่านั้นเองแหละ

ถ้านายจูบฉันตรงนี้แล้วล่ะก็

ฉันจะตบหน้านายทันทีเลยรู้รึเปล่า

 “เป็นอะไร? เขินรึไง?”   

ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้ม  เมื่อเขาสามารถหยุดการทะเลาะเบาะแว้งประจำวันไว้ได้สำเร็จด้วยการคว้าข้อมือเล็กของคนที่กำลังหงุดหงิดเอาไว้  และประทับจูบลงบนแหวนหมั้นวงนั้นที่ถูกสวมอยู่ เพื่อเป็นนัยของการบ่งบอกให้รู้ว่าไม่ต้องการที่จะทะเลาะอะไรอีกต่อไปแล้ว    ทำเอาแก้มขาวๆนั้นขึ้นสีเรื่อไปหมด  ยิ่งได้โน้มลงไปมองใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งสัมผัสถึงใจที่เต้นรัวนั้นได้อย่างชัดเจนยิ่งนัก  หากทว่าผู้ถูกรู้ทันกลับมุ่ยหน้าใส่ แสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด และเพียรพยายามจะสะบัดข้อมือให้หลุดให้ได้ 

“หึ เหลวไหลน่ะ...  ฉันแค่ตกใจที่นายอยู่ๆก็ทำแบบนั้นต่างหาก...  ผีเข้ารึไง?”   

ร่างเล็กโกหกคำโต  ปฏิกิริยาสะบัดหน้าหนีนั้นดูยังไงก็ไม่เนียนเลยแม้แต่น้อยในสายตาของอีกฝ่าย ชายหนุ่มเพียงแค่แค่นหัวเราะออกมานิดหน่อยเท่านั้น  ก่อนจะก้มหน้าลงไปอีกจนแทบชิดเหมือนจงใจยียวน 

“ก็แค่เบื่อจะทะเลาะแล้ว  พอซะทีเถอะน่ะ...” 

น้ำเสียงขุ่นเหมือนกับรำคาญเสริมอารมณ์ที่เกือบจะมอดแล้วให้กลับขึ้นมาหงุดหงิดได้ไม่ยากนัก  ยอร์กอ้าปากจะด่าทอต่อทันทีที่ได้ยินคำไม่ถูกหู   แต่ริมฝีปากนั้นก็ถูกฉวยไปด้วยการจูบของคนกวนอารมณ์ตรงหน้าจนได้ ร่างเล็กสะดุ้งโหยง พยายามที่จะปัดป้องให้อีกฝ่ายผละออกไป  แต่แขนของเขาก็ไม่อาจจะทานแรงอะไรไว้ได้มากนัก   ร่างของเขาถูกคนตัวโตกว่าดึงเข้ามากอดไว้  พร้อมกับกดจูบลงไปอีกอย่างถือสิทธิ์....

รสจูบของแลนซ์ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ  ดวงมรกตคู่งามที่แสนดื้อดึงค่อยๆอ่อนลง  และหลับตารับสัมผัสนั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้...   ราวกับหัวใจที่เต้นโครมครามจะถูกทำให้สงบลงนิดหน่อย  ร่างเล็กไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่านี่คือสัมผัสที่เขาแพ้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...    ไม่ว่าจะเมื่อไหร่.. ทุกสิ่ง.. ขอเพียงแค่มีสิ่งนี้เท่านั้น เปลวไฟที่ลุกโชดช่วงก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำนิ่งได้แค่เพราะมัน.....  

ยอร์กมีท่าทีอ่อนลงแล้ว..  อย่างเห็นได้ชัด  แลนซ์มองคนตรงหน้าและอดยิ้มในใจไม่ได้  ทว่าการเดินหมากที่ผิดพลาดก็สามารถทำลายทุกอย่างลงได้เมื่อลิ้นเปียกถูกส่งเข้าไปภายในโพลงปากบางนั้น   ร่างที่อยู่ในอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก และสิ่งต่อมาที่ร่างสูงสัมผัสได้นั้นก็คือความเจ็บสุดแสนจากการโดนกระทืบเท้าอย่างแรงจนต้องปล่อยคนที่กอดอยู่ให้เป็นอิสระ พร้อมกับของรางวัลต่อมาคือฝ่ามือของยอร์กที่ตบหน้าเขาอย่างแรงจนหันไปตามแรงเลยทีเดียว

 "อ..อย่าได้ใจมากนักเลยน่า หัดมีมารยาทซะบ้างนะเจ้าบ้า! ไม่รู้ล่ะ คืนนี้ไปนอนหน้าห้องเลยไป!!!"  

ใบหน้าหวานแดงก่ำ ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างโกรธเคืองสุดๆ พร้อมทั้งตวาดใส่ ก่อนที่จะรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที  ปล่อยทิ้งไว้เพียงมณฑลใหญ่ที่ยังคงยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นอย่างไม่เข้าใจโลกเท่าไหร่...   เจ็บหน้ากับเท้าก็เจ็บอยู่  แต่มึนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอีกฝ่ายมากกว่า   แลงคาสเชอร์ถอนหายใจเบาๆ  ก่อนจะหยิบหมอนและผ้าห่ม ลากไปเตรียมนอนที่อื่นตามคำสั่งกึ่งประชดของคู่หมั้นเขาทันที  ด้วยหวังว่าการทำแบบนี้จะทำให้เจ้าตัวแฮปปี้ขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย...  

‘แต่จริงๆแล้ว.... แค่ใช้ลิ้นไม่เห็นต้องโกรธอะไรขนาดนั้นเลยนี่นา... ปกติก็ทำมากกว่านั้นอยู่แล้วแท้ๆ...’

แลนซ์ได้แต่ส่ายหัวแบบไม่เข้าใจอย่างสุดๆ  และออกจากห้องของเขาไป...  

พยายามจะวิ่งหนีนายตลอดเวลาแบบนี้น่ะ

ก็แค่เพื่อซ่อนความอายของฉันเท่านั้นเอง

ถ้าเรื่องง่ายๆแค่นี้นายยังไม่เข้าใจอีกล่ะก็

ฉันจะร้องไห้จริงๆนะ

“เผลอตบไปซะแล้ว......”  

ร่างบางถอนหายใจพลางมองฝ่ามือของตัวเองอย่างสับสน ขณะที่วิ่งหนีออกมาจากห้องนอนและหลบอยู่ยังอีกส่วนของทางเดินภายในหอ  สิ่งที่ตั้งใจจะทำตอนแรกมันไม่ใช่แบบนั้นนี่นา... แต่แค่เพราะตกใจเท่านั้นเอง ก็เลยเผลอไปซะได้...

ความคิดที่อยากจะขอโทษผุดขึ้นมาในหัว   ไม่บ่อยนักที่เขาคิดว่าจะไปขอโทษคนพรรค์นั้น  แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายผิดเอง  ถ้าไม่ยอมไปขอโทษก็จะดูเสียมารยาทเกินไปนี่นา....

ไม่สิ....มารยาทกับหมอนั่นไม่จำเป็นต้องมีก็ได้....

ไม่... แต่ถึงอย่างไรมารยาทนั้นก็สำคัญที่สุดอยู่ดีนี่นา...

ให้ตายสิ.....   อย่างไหนดีล่ะ?  สับสนจัง.... 

หนุ่มชาวอังกฤษถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้งแล้วหลุบตาลงต่ำ   พลันสัมผัสเมื่อครู่ก็เวียนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งสร้างเลือดฝาดให้สูบฉีดไปบนวงแก้มได้ไม่ยากนัก...   เมื่อครู่นี้เพียงแค่อายเท่านั้นเองนั่นแหละ....  มันก็แค่นั้น....  แต่จะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ล่ะ?

มีทางเดียวคือต้องไปขอโทษเท่านั้นจริงๆสินะ....

ยอร์กพ่นลมฟืดใหญ่รวบรวมความกล้า  ก่อนรีบก้าวขาเดินกลับไป  หวังเพียงแค่ว่าจะพูดขอโทษกับคนที่ตนเสียมารยาทไปเสีย....  

ไม่บ่อยนักหรอกนะที่จะขอโทษคนอย่างนาย.....

เพราะงั้น...ช่วยเข้าใจความรู้สึกของฉันแล้วยกโทษให้ซะด้วยล่ะ..... 

ไม่งั้นฉันคง....  

“ทำไมไม่นอนห้องตัวเองเล่า?  โดนงอนมาอีกแล้วสินะ?”    เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นมาก่อนที่จะเดินถึงห้องของตัวเอง  ยอร์กเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น   ณ บานประตูใกล้กันที่เปิดอยู่  ร่างของชายหนุ่มชาวเนเธอร์แลนด์อีกคนกำลังพูดคุยกับคนที่เขาต้องการคุยด้วยอยู่  

มันสมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว สั่งให้เขารีบหลบทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะเห็นเข้า  นัยน์ตาสีเขียวกระพริบตาปริบๆ เฝ้ามองอีกฝ่ายว่าจะรู้สึก หรือเข้าใจอะไรบ้างรึเปล่าจากที่โดนตบไปเมื่อครู่นี้อย่างใจจดใจจ่อ.... และได้แต่หวังว่าหมอนั่นจะเข้าใจเขาบ้างซักนิดนึงนะ....

แลงคาสเชอร์เกาหัวแกร่กๆ   สีหน้าเรียบเฉยแลดูยุ่งๆเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนักขณะที่พูดตอบขึ้นมา

“"อืม.... เข้าใจยาก คิดแล้วปวดหัว ยืมเตียงหน่อยน่ะ คืนเดียวก็พอ..."   ” 

“ให้ตายสิ....พวกนายนี่.... ก็ได้  เข้ามาๆ” 

มือของเจอร์เก้นกวักเรียกแบบหน่ายๆเป็นสัญญาณให้รู้ได้ว่าสามารถเข้าห้องได้แล้ว  ร่างสูงผงกหัวเป็นเชิงขอบคุณแล้วเดินตามเข้าในห้อง  ทว่าเขาก็ต้องเซไปตามแรงของหมอนที่ปามาถูกตัวเสียก่อน 

“หือ??”   ดวงตาสีน้ำทะเลหันไปมองดูก่อนที่ภาพทั้งหมดจะเป็นสีขาวโพลนไปหมดเพราะหมอนอีกใบที่ปาตามมาติดๆ  

เมื่อหมอนใบนั้นร่วงหล่นสู่มือ....  ภาพเจ้าของความรุนแรงนั้นก็ได้ปรากฏ....

ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดบัดนี้มีน้ำตารื้นขึ้นมาเล็กน้อยให้พอเห็นได้   ดวงตาคู่นั้นเต็มตื้นไปด้วยความไม่พอใจมากมายเหลือเกินจนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นอะไรขึ้นมา.....

‘เข้าใจยาก’ งั้นเหรอ?

ไม่เข้าใจเลยสินะ?   ความรู้สึกของฉันน่ะ..... 

ทั้งๆที่ก็แค่อายนิดหน่อยเท่านั้นเอง  ทำไมแค่นี้ถึงได้หัวทึบสมองกลวงมากนักนะ?

ก็ได้... อยากไปนอนที่ไหนก็ไปเลยไป!!!  

สิ่งที่อยู่ในใจของร่างบางเอ่อล้นออกมาราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้   แต่ทุกอย่างก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากความริมฝีปากสั่นเทิ้มที่ปิดสนิทนั่น....   แม้ว่าจะรุนแรงแค่เพียงไหนก็ไม่มีการพูดความในใจอะไรออกไปแม้แต่น้อย..

“หมอนของนาย....  เอาไป!! จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย!!!” 

และนั่นเป็นเสียงสุดท้าย....  ก่อนที่คนเจ้าอารมณ์จะกลับห้องไป  และทิ้งก้อนคำถามมากมายเอาไว้ในสมองของอีกฝ่ายเสียจนสมองแทบระเบิดไปข้าง....

คำถามที่ได้แต่คิดอยู่อย่างเดียว...

เป็นอะไรของเค้ากันแน่นะ??

เกลียดนาย เกลียดนายที่สุด อย่ามาแตะต้องตัวนะ!

ถ้าทำแบบนั้นฉันก็หน้าแดงพอดีน่ะสิ

อย่ามากระซิบคำหวานๆพรรค์นั้นใส่หูฉันนะ

 

“เจ้าบ้า!!  ไอ้บ้า!!  ไอ้สมองทึบ!! ไอ้ทึ่ม ซื่อบื้อเอ้ย ทำไมถึงไม่เคยเข้าใจอะไรเลยนะ ทำไม!!”

ร่างบางตวาดลั่นห้อง พร้อมรัวเข็มมากมายทิ่มแทงลงไปที่ตุ้กตาหน้าตาคุ้นเคยอย่างบ้าคลั่งราวกับมันจะสามารถส่งความเจ็บปวดไปถึงเจ้าของสิ่งนี้ได้อย่างไรอย่างนั้น

ให้ตายสิ หงุดหงิดจริงๆนะ  กับไอ้ท่าทางที่เหมือนไม่เคยเข้าใจอะไรเลยของหมอนั่นน่ะ....

ทั้งๆที่มันง่ายออกจะตาย แต่หมอนั่นก็ยังไม่เข้าใจ  อยากให้เขาพูดออกไปตรงๆรึไงว่าเขินเวลาที่เจ้านั่นจูบน่ะ?

พูดตรงๆงั้นเหรอ? ของแบบนั้นน่ะ... ของแบบนั้นมัน.....

"โถ่เอ้ย แล้วทำไมฉันต้องพูดด้วยเล่าาา!?"

ใบหน้าขาวจู่ๆก็ขึ้นสีแดงแปร้ดด้วยเลือดที่สูบฉีดทั่วไปหมดเมื่อจู่ๆภาพจูบนั้นแว่บขึ้นมาในหัวอีก   นิ้วมือที่กำลังกระทำชำเราตุ้กตาก็ได้ทีง้างเข็มออกสำแดงอารมณ์ทันที

ฉึก!

เข็มอันใหญ่ยักษ์ปักฟุบลงบนส่วนหัวของตุ้กตาจนหน้าบิดเบี้ยว  ร่างบางคว้าเข็มใหญ่อีกอันเตรียมจะแทงส่วนท้องของตุ้กตาเจ้ากรรมต่อ ทว่าวินาทีนั้นเองที่แขนของเขากลับถูกใครอีกคนคว้าไว้ได้

"ถ้านั่นเป็นวูดูของจริง ฉันคงตายไปแล้ว รู้รึเปล่า?"

ผู้เข้ามาหยุดเอ่ยเสียงเรียบ  คนๆนั้นก็คือแลนซ์นั่นเอง  เขามุ่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจการกระทำของคนตรงหน้ามากนัก และดึงข้อมือออกมาจนกระทั่งอีกฝ่ายปล่อยเข็มให้ร่วงหล่นลงกับพื้น   ขณะที่คนถูกจับแขนชักสีหน้าตอบ พร้อมสะบัดแขนให้เป็นอิสระ

"ตายซะก็ดี ฉันเคยอยากให้นายมีชีวิตด้วยรึไง?"

"ง้อนะ"

ยอร์คชะงักไปครู่นึงเมื่ออยู่ๆคำพูดที่ไม่ได้คาดคิดก็ดังสวนกลับมาขณะที่เขากำลังเหวี่ยงได้ที่  เมื่อครู่นี้คือหมอนั่นง้อเขาใช่ไหม?  ง้อจริงๆเหรอ....?  คำพูดทื่อๆแบบนั้นน่ะนะ?

“อะไรนะ?”  

ดวงตากลมโตหันมามองแบบยังไม่ค่อยเข้าใจนัก มณฑลใหญ่คิดจะอ้าปากต่อว่าอะไรไปอีก แต่สิ่งต่อไปที่เขารู้กลับเป็นร่างทั้งร่างที่ถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปกอด  พร้อมกระซิบสั้นๆข้างหู 

“ง้อจริงๆ.... ขอโทษนะ...”  

ชอบนาย ชอบนายที่สุดเลยรู้มั้ย?

นายคือคนที่สำคัญที่สุดในโลกของฉันเลย

แค่นายอยู่ใกล้ฉันแบบนี้ หัวใจของฉันก็สั่นระรัวซะแล้ว

ตึก ตึก ตึก  ตึก เหมือนกับผลไม้ที่มีทั้งความเปรี้ยวและหวานปนรวมกันเลย

 

“อึก....บ้า.....”  

ร่างเล็กก้มหน้างุด  ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกราวกับว่าได้หยุดลงเพียงเพราะคำพูดที่ไร้ความโรแมนติกที่สุดเท่าที่เกิดมาจะเคยได้ยินมาก่อนนี่   อ้อมกอดจากคนตัวสูงกระชับตัวเข้าชิดเสียจนไม่อาจจะขืนอะไรได้ เส้นผมสีทองซบลงบนอกของผู้ที่กอด  พลางบ่นงึมงำออกมาเบาๆ 

“คุณเจอร์เก้นสอนมารึไงกัน?  คิดวิธีเองไม่เป็นเหรอ?”    

“ถ้าเป็นก็คงดี...  ขอโทษจริงๆ...” 

ใบหน้าหวานถูกเชยขึ้นเป็นการบังคับให้จ้องมองดวงตาของอีกฝ่ายด้วยรู้ว่ายอร์กคงอยากขัดขืน   แม้ว่าเนตรสีมรกตจะหลุบลงต่ำเหมือนไม่อยากมองก็ตามที  ร่างสูงก็ยังคิดที่จะพูดออกไปอยู่ดี

“ขอเริ่มใหม่อีกทีได้มั้ย?  จากเมื่อครู่นี้....”   

ยอร์กทำหน้างง  เพราะไม่เข้าใจคำถามของอีกฝ่ายเท่าใดนัก  แต่ในขณะที่สมองกำลังงงงวยอยู่นั้นเอง ร่างของเขาก็ถูกดึงเข้าไปชิดอย่างถือวิสาสะ  และกดจูบลงมาทันทีโดยไม่ฟังคำค้านใดๆทั้งสิ้น

ท...ทำอะไรน่ะ!?

ความคิดแรกโวยวายขึ้นมาในหัว  ร่างทั้งร่างร้อนรนไปหมดพร้อมๆกับมือที่กำแน่นพร้อมจะเริ่มทุบตีอีกครั้ง ทว่าก็หยุดลงและยอมโอนอ่อนไปตามอารมณ์ของอีกฝ่าย  เมื่อคิดได้ถึงความรู้สึกของคนที่อุตส่าห์มาง้อถึงตรงนี้.... 

ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าตัวเองจะใจอ่อนได้ง่ายๆ......   แถมยังอารมณ์หุนหันพลันแล่นกับอีแค่คนๆเดียวแบบนี้อีก

แต่มันก็เป็นไปแล้ว....  ความรู้สึกบ้าๆนี่....  

ตึก ตึก ตึก...

เหมือนเสียงหัวใจจะดังจนทะลุอกออกมาเลย...  หนุ่มอังกฤษเหม่อมองค้างอยู่อย่างนั้น  เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหน้าตัวเองในตอนนี้กำลังร้อนผ่าวมากแค่ไหน  ยิ่งเมื่อริมฝีปากนั้นบดขยี้ลงมาอย่างดุดันแต่แฝงซึ่งความอ่อนโยนและประหม่าอยู่ภายใน    ก็ยิ่งเหมือนเหมือนหัวใจหลุดลอยไปไกลเลยจริงๆ....   ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม...ที่อาจจะแปลเป็นภาษาทั่วไปได้ว่า......

รัก...?    

“อือ....แลนซ์......” 

หน้าของแลงคาชเชอร์ขยับห่างออกไป....ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด แต่ที่แก้มของร่างสูงเองก็มีร่องรอยแดงจางๆปรากฏให้เห็นด้วยเหมือนกัน  ราวกับเป็นวินาทีที่ไม่มีคำพูด  อาจจะเพราะต่างฝ่ายก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาด้วยกันทั้งนั้น สถานการณ์เช่นนี้คงต้องมีซักฝ่ายที่เลือกจะทำลายความเงียบลง  โดยฝ่ามือใหญ่ที่เลือกจะทำลายความเงียบก่อนด้วยการลูบลงมาบนเส้นผมสีทองสวย...

“แบบนี้แหละดีแล้ว... ไม่เห็นต้องใช้ความรุนแรง.....อึก.... ”    

 “หา...อ่ะ  หือ? อะไรเหรอ?”  

ตึก...ตึก...ตึก...

เสียงหัวใจยังคงเต้นแรงอยู่  ยิ่งเมื่อถูกเรียกก็ยิ่งเต้นแรงและเร็วจนเกินจะหยุดได้  หากไม่คิดไปเอง...เสียงมันช่างดังจนเหมือนว่าไม่ได้เกิดจากอวัยวะภายในอย่างนั้นแหละ 

“ฉันรู้แล้วว่านายเขิน แต่ว่า.....”  เสียงของแลนซ์ฟังดูเหนื่อยใจอย่างประหลาด  ร่างสูงเสยผมหน้ายุ่งๆก่อนจะตวาดออกไปดังลั่น

“เลิกกระทืบเท้าฉันซะทีเถอะ!!!!” 

“อ๊ะ...ข....ขอโทษที....”    

-------------------------------------------------------
 
อา.....  ภาษารอบนี้แย่จริงจัง /อับอาย/  
 
ไว้สลัดขนขี้เกียจเสร็จจะมาเขียนต่อให้จบเพลงนะคะ ฮรึก... /ปลิวหายไปฉลองวันเกิดยอร์กต่อ 

Comment

Comment:

Tweet

/หักปากการัวๆ
ถ้าจะจบแบบนี้นะ... ฮึ่ยยย
หักมุมดีจริงๆ /บีบบ่าแลนซ์อย่างเห็นใจ

#6 By PuppyToshi on 2013-08-02 21:50

อิแลนซ์ อิหื่นเงียบ............
คือยอร์คซึนแบบทำร้ายร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม อ่านๆไปนี่แอบเสียวแทนลูกตอนโดนตอกวูดู
ยังไงก็ก๊าวอะ โอย รักยอร์ค แต่ไม่มีปัญญปล้ำ.../สั่งเก็บตัวเอง

#5 By ไทโย on 2013-08-02 03:10

@mama-chan  เดาออกมั้ยว่าเสียง "ตึก ตึก ตึก" ไม่ใช่เสียงหัวใจเต้น 5555

#4 By Aki_Zen on 2013-08-01 20:31

แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
แต่ชอบอะ เลิกกระทืบเท้าฉันสักทีเถอะ 55555555%
เจ็บตัวหน่อยนะคะแลนซ์ แหม่ๆ

#3 By MaMa on 2013-08-01 20:20

@ishin-kuga  สมัยก่อนจ้ะ ถึงจะตบจูบๆแบบพิศาลน่ะ ฮาา    
  สมัยปัจจุบันทั้งสองคนก็แก่ตัวมากแล้วนี่นะ คงไม่ซ่าไม่โหดเท่าสมัยก่อนแล้วแหละ  ยอร์กก็จริงๆควรจะเลิกแค้นแลนซ์ได้แล้วนะ แค่เพราะความซึนติดในสันดานเลยทำตัวน่ารักๆ ปากตรงกับใจไม่ได้ซะทีเท่านั้นเอง กร้ากกก

#2 By Aki_Zen on 2013-08-01 20:06

แหมมมมม แหมมมมม คู่นี้หวานไปไหนนนนน(?)
เจอร์เก้นคิดว่าสองคนนี้ตบจูบกันจริงอะไรจริง ชอบเวลาแลนซ์ทำอะไรดื้อๆอย่างคว้ามาจูบ เป็นยอร์กก็คงจะำค้างแหงๆ คนนี้เค้าตรงจริงอะไรจริง ๕๕๕๕
แอบมีบทโผล่มาด้วย รู้สึกขำเวลายอร์กซึน ซึนที่ดูแบบ บะก้าๆๆ แลนซ์โนะบาก้ามาก(?)
สรุปถ้ายอร์กซึนก็คงเป็นพวกเผลอใช้กำลังกับคนรักล่ะสิ แหมมมมม หวานกันแบบเจ็บๆนะ /อะไร
สุขสันต์วันเกิดยอร์กจ้าาาา ฟืดฟาดดด เดี๋ยวเอาเก้งไปอวยพรนะจรุ๊ 

#1 By +Ishin_Kuu+ on 2013-08-01 18:24